Monday, June 18, 2012

หนังสือ ฮีโมฟีเลีย เพราะเธอ...ฉันถึงเข้าใจรัก

        หนังสือ ฮีโมฟีเลีย เพราะเธอ...ฉันถึงเข้าใจรัก ....... รู้จักกับฮีโมฟีเลีย โรคนี้เกิดจากอะไร ป้องกันได้หรือไม่ พบคำตอบทั้งหมดในเล่มนี้

เนื้อหาโดยสังเขป
        ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)...คือโรคเลือดออกง่ายชนิดหนึ่งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ป่วยที่เป็นฮีโมฟีเลียจะมีการพร่องหรือขาดของโปรตีนแฟคเตอร์ที่ทำให้เลือดแข็งตัว นั่นหมายความว่าเวลาที่ผู้ป่วยเดินชนอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็จะเกิดภาวะเลือดออกข้างใน เห็นเป็นรอยช้ำเขียว ถ้ามีบาดแผล เลือดจะออกนานกว่าคนปกติ ซึ่งถ้าเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ จะเป็นอันตรายแก้ผู้ป่วย ถ้าไม่ได้รักษาอย่างเหมาะสม โรคนี้เกิดจากอะไร ป้องกันได้หรือไม่ พบคำตอบทั้งหมดในเล่มนี้

สารบัญ
- What is Hemophilia? รู้จักฮีโมฟีเลีย
- Healthy Hemophilia เคล็ดลับสุขภาพดีของฮีโมฟีเลีย
- Child an Hemophilia วัยเด็กกับฮีโมฟีเลีย
- Teen and Hemophilia วัยรุ่นกับฮีโมฟีเลีย
- Adult and Hemophilia วัยผู้ใหญ่กับฮีโมฟีเลีย

หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือ SE-ED หรือร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือที่ http://www.se-ed.com/eshop/Products/Detail.aspx?No=9786167287768

Monday, April 2, 2012

บ่าวสาว...อุ่นใจก่อนแต่งงาน

'โรคทางกรรมพันธุ์' โจทย์ปัญหาสุขภาพที่คุกคามชีวิตคู่หลังแต่งงาน และอาจทำให้เตียงหักได้ง่ายเมื่อสุขภาพไม่เป็นใจ

ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการเตรียมพิธีวิวาห์ ไหนจะต้องเตรียมสถานที่ เมนูอาหารจัดเลี้ยง เชิญแขกมางาน ถ่ายพรีเวดดิ้ง ฯลฯ 108 กิจกรรมที่ไม่จบลงง่ายๆ แต่กลับหลงลืมเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญที่สุดอย่าง การตรวจร่างกายหาโรคทางพันธุกรรมที่อาจจะส่งต่อให้ทายาทโดยไม่ตั้งใจ

           นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช อธิบายว่า โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมยังคงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยกับคู่รักหลังแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็น ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงที่บ่งบอกภาวะโลหิตจาง หรือ ธาลัสซีเมีย และโรคติดต่ออื่นๆ เช่น โรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบ โรคซิฟิลิส และหัดเยอรมัน ซึ่งสร้างปัญหาตามมามากมาย

           "การเตรียมสุขภาพให้พร้อมก่อนแต่งงานเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันโรคทางพันธุกรรมที่อาจไม่เคยทราบมาก่อน โดยเฉพาะธาลัสซีเมีย ซึ่งพบภาวะแฝงในคู่แต่งงานได้โดยไม่รู้ตัวมาก่อน แต่สามารถคัดกรองได้ด้วยการตรวจเลือด" คุณหมอกล่าว

           ธาลัสซีเมีย เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีภาวะโลหิตจาง อาจมีตับม้ามโตได้ ขณะที่ในบางรายไม่แสดงอาการแต่เป็นพาหะของโรค ซึ่งหากคู่รักมีภาวะแฝงของธาลัสซีเมียทั้งคู่โอกาสที่บุตรจะเสี่ยงเป็นโรคนี้ย่อมมีมากขึ้น

           ขณะที่บางโรค ถ้าไม่ตรวจเลือดก็จะไม่รู้ เช่น ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และเอดส์ การตรวจก่อนแต่งเท่ากับช่วยลดความเสี่ยง ลดอัตราแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น และลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับบุตร

           คุณหมอ บอกว่า ความน่ากลัวของไวรัสตับอักเสบบี คือ สามารถติดต่อผ่านทางเลือด ทำให้เกิดการส่งผ่านโรคจากแม่สู่ลูกน้อยได้ถึง 70% ดังนั้น ทารกที่คลอดจากมารดาที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จำเป็นต้องได้รับการฉีดกระตุ้นภูมิต้านทานตามโปรแกรมพิเศษทันทีหลังคลอด

           นอกจากนี้ สิ่งที่ว่าที่คุณแม่ควรให้ความสนใจคือ การฉีดวัคซีนหัดเยอรมัน ซึ่งโรคนี้เป็นสาเหตุทำให้การให้พบความพิการแต่กำเนิดในบุตร รวมถึงตรวจหาหมู่เลือด ดูกลุ่มของ Rh ที่อาจส่งผลให้เกิดความไม่เข้ากันของ Rh เมื่อตั้งครรภ์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายกับการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป แต่หากตรวจพบก่อน แพทย์จะมีวิธีฉีดยาเพื่อป้องกัน

           นอกเหนือจากการตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่แต่งงานควรให้ความสนใจแล้ว การตรวจก่อนแต่งยังรวมถึงการวางแผนครอบครัว ทั้งการคุมกำเนิดและเตรียมพร้อมที่จะมีบุตร

           "ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัว มักพบอัตราเสี่ยงของโรคมากขึ้นขณะตั้งครรภ์ เช่น โรคหัวใจ โรคไตวาย โรคธัยรอยด์ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อให้แน่ใจว่ามีสภาวะเหมาะสมพอที่จะตั้งครรภ์หรือไม่" คุณหมอกล่าว

           ในส่วนของว่าที่เจ้าบ่าว การตรวจสุขภาพยังเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็น การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจหาเชื้อกามโรค ตรวจหาภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ตรวจหาการติดเชื้อเอดส์ ตรวจดูความผิดปกติของเลือด ตรวจปัสสาวะ และตรวจหาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันเช่นเดียวกับว่าที่เจ้าสาว

            อย่าลืมว่า การเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพก่อนแต่งงาน และเตรียมพร้อมก่อนมีบุตร จะช่วยสร้างความมั่นใจ ให้ปลอดภัยจากโรคทางพันธุกรรมที่อาจส่งผลถึง "ทายาท" ของวงศ์ตระกูล


ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/health/20120328/443348/%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7...%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B9%8C.html

Monday, March 12, 2012

ผู้ป่วยธาลัสซีเมียยอดพุ่ง ห่วงการรักษาผิดวิธีอาจทำให้อายุสั้น

นับเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทยที่สมาพันธ์ธาลัสซีเมียนานาชาติ (TIF) ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย (TFT) และมหาวิทยาลัยมหิดล จัดประชุมวิชาการภายใต้ชื่อ "The 1st Pan-Asian Conference on Haemoglobinopathies Bangkok-Thailand on 8-10 February 2012" เพื่อรายงานสถานการณ์โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย กลยุทธ์และแนวทางการป้องกันความผิดปกติของฮีโมโกลบิน โดยมีตัวแทนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก 20 ประเทศในเอเชียเข้าร่วมประชุม

นายพานอส เอนริซอส ประธานสมาพันธ์ธาลัสซีเมียนานาชาติ กล่าวว่า Mediterranean Anemia คือ โรคโลหิตจางทางพันธุกรรมโรคหนึ่งที่มีรายงานครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1927 ในผู้ป่วยที่อาศัยในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผู้ป่วยโรคนี้มีฮีโมโกลบินซึ่งเป็นสารสีแดงในเม็ดเลือดแดงลดลง ทำให้เกิดอาการซีด ต่อมาเรียกโรคนี้ว่าธาลัสซีเมีย โดย Thalass แปลว่า ทะเล ล่าสุดพบมากที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งไทย ภายหลังมีการย้ายถิ่นฐานของประชากรชาติต่างๆ จะมีผู้ป่วยธาลัสซีเมียเกิดใหม่ถึงปีละ 300,000 ราย และมีผู้เป็นพาหะในโลกมากถึงร้อยละ 5 หรือประมาณ 250 ล้านราย

ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มีอาการซีดจากภาวะเม็ดเลือดแดงแตกง่ายเรื้อรัง จึงมีอาการอ่อนเพลีย เจริญเติบโตไม่สมอายุ และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้แก่ ดีซ่าน ม้ามโต ตับโต กระดูกเปลี่ยนรูปโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดูกใบหน้า กระดูกเปราะง่าย มีนิ่วในถุงน้ำดี มีภาวะเหล็กเกินในอวัยวะต่างๆ ซึ่งเกิดจากได้รับธาตุเหล็กจากเลือดที่ได้รับและการดูดซึมธาตุเหล็กเพิ่มจากลำไส้ ผู้ป่วยโรคนี้จำเป็นต้องได้รับเลือดและยาขับธาตุเหล็กเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยจะมีอายุไม่ยืนยาว มักเสียชีวิตจากภาวะซีด หัวใจวาย ติดเชื้อ ภาวะเหล็กเกินและอวัยวะล้มเหลว ปัจจุบันมีวิธีการรักษา ได้แก่ การให้เลือด การขับธาตุเหล็ก การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ผู้ป่วยและครอบครัวต้องมีความรู้เกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียเพื่อปฏิบัติตนในการรับการรักษา

ศ.น.พ.สุทัศน์ ฟู่เจริญ หัวหน้าโครงการ วิจัยธาลัสซีเมียสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การจัดประชุม TIF อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการวิจัยพัฒนาและพยายามให้ผู้ป่วยทั่วโลกได้รับการรักษาอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน ที่สำคัญเพื่อให้เกิดความรู้จักมักคุ้น เกิดพลังความสามัคคีที่จะสร้างพลังร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้กับโรคธาลัสซีเมียให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมือโดยมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROb1pXRXdOVEV5TURNMU5RPT0=&sectionid=TURNek1BPT0=&day=TWpBeE1pMHdNeTB4TWc9PQ==

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...